Blog

Arts Blog

สีกับความทรงจำ วิทยาศาสตร์ในความงามของศิลปะ

สีและสมอง มากกว่าอารมณ์และความรู้สึก เป็นเวลานานมาแล้วที่เรารู้กันดีว่าสีส่งผลต่อสมองของเรา วิทยาศาสตร์มีการพิสูจน์ความเชื่อมโยงของสีสันกับอารมณ์ความรู้สึกรวมถึงความจำของมนุษย์ นอกจากนี้สียังเป็นตัวช่วยในการเพิ่มสมาธิ กระตุ้นความกระตือรือร้นในการทำงาน และยังทำให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ใครที่กำลังสนใจเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่แทรกอยู่ในความงามของศิลปะเหล่านี้ ลองมาทำความรู้จักกับทฤษฎีสีและความทรงจำกันครับ มีการวิจัยจากนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยบริติช กรุงโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ได้เปิดเผยว่าการวิจัยของเขานั้นได้ค้นพบความลึกลับของสีในงานศิลป์ต่างๆ นอกจากนี้ยังรวมถึงสีสันที่อยู่ตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย หนังสือ ภาพ ป้ายโฆษณา และอื่นๆ ซึ่งสีที่เรามองเห็นนั้นจะเชื่อมโยงเข้ากับการรับรู้ความรู้สึกและความทรงจำของเราได้เป็นอย่างดี จากการทดสอบกับอาสาสมัครหลายร้อยคน พบว่าสีที่แตกต่างกันก็สามารถกระตุ้นผู้คนให้มีอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกันออกไปด้วย รวมถึงการกระตุ้นความทรงจำและช่วยทำให้จดจำข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น แต่โดยสรุปแล้วนักวิจัยเชื่อว่าการที่สีมีอิทธิพลต่อความทรงจำและช่วยกระตุ้นให้เกิดการจดจำและเรียนรู้ได้เร็วขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ  แต่เกิดจากประโยชน์ทางอ้อม เช่น การทำให้เกิดสมาธิ การเชื่อมโยงจากข้อมูลต่างๆ รอบๆ ตัวทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงการเห็นสีสันที่ชัดเจนและเชื่อมโยงไปหาความทรงจำเก่าในอดีตที่คุณอาจคิดว่าลืมไปแล้ว เป็นต้น ซึ่งนอกเหนือจากนี้นักวิจัยยังกล่าวอีกว่า หากต้องการสีที่กระตุ้นเตือนเรื่องราวต่างๆ ในอดีตหรือกระตุ้นให้สมองตื่นตัวเป็นพิเศษ สีแดงคือสีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในด้านดังกล่าวมากที่สุด ส่วนใครที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรืออยากสร้างสมาธิและความสงบเพื่อทำงานอะไรบางอย่าง การใช้สีฟ้าจะเหมาะมากกว่าสีโทนร้อนอื่นๆ หลายครั้งที่เราเสพงานศิลปะหรือรูปถ่ายแล้วพบว่านึกถึงเรื่องราวในอดีตหรือความทรงจำที่เคยคิดว่าลืมไปแล้ว โดยความทรงจำนั้นปรากฎเด่นชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน นั่นก็เป็นเพราะสีสันในรูปมีส่วนในการกระตุ้นให้สมองของเราหวนกลับไปยังอดีต ในช่วงเวลาที่เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้น ส่วนนักเรียนหรือนักศึกษาคนไหนที่เคยลองใช้เทคนิคการจดเลคเชอร์ด้วยปากกาหลากสี ก็มักพบว่าช่วยในการจดจำและทำให้เรียบเรียงข้อมูลเป็นระบบมากขึ้นเช่นกัน เรียกได้ว่าสีและความงามทางศิลปะนั้นมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักการวิทยาศาสตร์อยู่ด้วย เป็นความซับซ้อนของกลไกร่างกายและความงามจากสีสันรอบตัวเรา

Blog Business

Comic Book ออนไลน์ ทำยังไงให้สำเร็จ?

สมัยเรายังเด็กต้องออมเงินค่าขนมไว้ส่วนหนึ่งเพื่อซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรด เฝ้าแวะเวียนไปที่แผงขายหนังสือทุกเช้าเย็นเมียงมองว่าหนังสือการ์ตูนที่เรากำลังติดงอมแงมออกเล่มใหม่มาหรือยัง เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว วันนี้ไม่ต้องออมเงินค่าขนมอีกต่อไป ไม่ต้องรีบไปที่แผงหนังสือ ตอนนี้หนังสือเปลี่ยนรูปแบบไปมาอยู่ในมือของเรานี่เองในแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่เราถือติดมือกันแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง Cr. Pinterest.com ไม่นานนักที่ E-Book เริ่มเป็นที่รู้จักกันในประเทศไทย แอพพลิเคชั่นแรก ๆ ที่ทำให้คนไทยได้สัมผัส E-Book คงเป็น Ookbee แหมสงสัยตั้งนานว่าทำไมเรียกอู๊คบี ผวนเอานี่เองง่ายจัง คุณหมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงษ์ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเล่าว่า ต้องทำงานหนักในการเข้าพบสำนักพิมพ์และนำเสนองานเพื่อให้ได้มาซึ่ง E-Book และโปรโมชั่นสุดเย้ายวนใจที่ชักชวนให้คนหันมาอ่านหนังสือในแอพพลิเคชั่นกันมากขึ้นใน Ookbee ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเริ่มแรกก็ต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกัน แนวคิดและสิ่งที่ทำให้ Ookbee มาไกลขนาดนี้มีอะไรบ้าง 1.มีประสบการณ์ในแวดวงไอทีมาก่อนทีมผู้ก่อตั้งเคยมีประสบการณ์ในการเปิดบริษัทซอฟแวร์มาก่อนจึงทำให้เข้าใจกระบวนพัฒนาและการแก้ปัญหาในการสร้างซอฟแวร์เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยให้สามารถวางแผนงานได้อย่างรัดกุมและประสบความสำเร็จ 2.มองเห็นโอกาสและคว้ามันไว้Ookbee มองเห็นโอกาสของตลาด E-Book ในภูมิภาคเอเชียที่ผู้ทำแอพพลิเคชั่น E-Book ในภาษาอังกฤษยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก และชิงลงมือก่อนโดยพัฒนาแอพพลิเคชั่น E-book ขึ้นมาแล้วติดต่อกับสำนักพิมพ์ในไทยเพื่อนำหนังสือมาลง แม้แต่ Comic Book Online สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Line Webtoon ของ Line ก็ยังตาม Ookbee อีกหลายก้าวทีเดียว Cr. Ookbee.com 3.สร้างอำนาจต่อรองในฐานะพ่อค้าคนกลางอย่างที่รู้กันดีว่าเมื่อเทคโนโลยีดิจิตอลเริ่มมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของเรา ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือน้อยลงเพราะแค่เลื่อนเปิดมือถือก็มีข่าวและสิ่งน่าสนใจต่าง ๆ มากมายให้รับชม Ookbee เข้ามาเป็นเครื่องมือตัวกลางที่ช่วยเชื่อมสำนักพิมพ์ผู้ขายหนังสือเข้ากับผู้อ่านให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยสำนักพิมพ์ก็สามารถขายหนังสือได้ Ookbee ได้รับค่าบริการรายเดือนและลูกค้าได้อ่านหนังสือที่ขอบอย่างสะดวกสบายขึ้นบนสมาร์ทโฟน เรียกว่าวิน-วินกันทุกฝ่าย 4.เข้าใจลูกค้าและเข้าใจสำนักพิมพ์Ookbee เข้าใจลูกค้าที่ต้องการอ่านหนังสือหลากหลายแนว โดยพยายามเพิ่มหนังสือหลาย ๆ ประเภทให้กับชั้นหนังสือด้วย E-Book จากหลายสำนักพิมพ์ ซึ่งการได้มาของหนังสือบางเล่มนั้นเรียกได้ว่ายากลำบากเพราะเทคโนโลยีของสำนักพิมพ์บางแห่งนั้นยังล้าสมัย ทำให้ต้องฟอร์มทีมขึ้นมาเพื่อทำงานนี้โดยเฉพาะเลยทีเดียว นอกจากนี้เมื่อบางสำนักพิมพ์อยากทำแอพพลิเคชั่น E-Book เป็นของตนเอง ทาง Ookbee ก็ยื่นมือเข้าไปทำให้เสร็จสรรพในพริบตา Cr. pixabay 5.ทีมงานที่เข้มแข็งการจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จสักอย่างหนึ่งนั้น บางครั้งเราสามารถทำคนเดียวได้และหลายครั้งเราต้องการทีมงานที่มีความเข้มแข็ง มีความเข้าใจกันและพากันก้าวผ่านอุปสรรคทั้งหลายไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน ในโลกใบนี้มีนักอ่านที่กระหายความรู้และอยากรู้เรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมาย โชคดีที่มีคนเล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกนี้และสร้างสะพานเชื่อมระหว่างหนังสือและเทคนโนโลยีขึ้นมาทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แอพพลิเคชั่น E-Book สัญชาติไทยก็ยังมีไม่มากนัก น่าติดตามว่าต่อไปวงการหนังสือและ E-Book ของเมืองไทยนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป

Blog Fashion

ศิลปะแห่งการใส่สูท: แต่งอย่างไรให้ดูดี

คุณเคยเดินสวนกับใครสักคนที่ใส่สูทแล้วรู้สึกว่า “โอ้โห เท่จัง” ไหม? ทั้งที่เขาคนนั้นใส่สูทสีเดียวกับคุณ ส่วนสูงก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ทำไมถึงดูมีอะไรที่ทำให้เค้าดูโดดเด่นแบบนี้กันนะ? ความจริงแล้วการใส่สูทให้ดูดีนั้นมีเกร็ดเล็กน้อยที่ไม่เป็นความลับที่จะช่วยทำให้คุณเพิ่มระดับความดูดี ความคูลและความเท่ขึ้นมาได้อีกเท่าตัวเลยล่ะ 1.เลือกสูทที่พอดีตัวเคยสังเกตไหม? ผู้หญิงมักชอบมองผู้ชายในเครื่องแบบเพราะว่าชุดที่ฟิตพอดีทำให้เห็นรูปร่างที่แข็งแรงชัดเจนไงล่ะ การเลือกสูทก็เช่นกัน ควรเลือกไซส์ให้ใกล้เคียงกับรูปร่างของคุณมากที่สุด ยิ่งถ้าเป็นสูทที่ตัดให้พอดีกับตัวคุณหรือเป็นสูทเข้ารูปที่ออกแบบให้ดูร่วมสมัยยิ่งดี คุณไม่ควรเลือกสูทหลวมโพรกมาใส่และต้องระวังไม่ให้เล็กเกินไปด้วย เลือกขนาดที่ทำให้คุณสามารถเดินสะดวกและสามารถขยับแขนขึ้นลงได้สบายไม่อึดอัดจนเกินไป Cr. Pinterest.com 2.ขากางเกงมีความยาวเหมาะสมเลือกกางเกงที่ยาวปิดตาตุ่มของคุณพอดี ไม่ควรเลือกกางเกงที่สั้นเต่อหรือยาวเกินไปจนชายเกงเกงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า เพราะการเลือกกางเกงที่มีขนาดและความยาวเหมาะสมกับช่วงขาของคุณจะทำให้คุณดูมีเรียวขาที่น่ามองและทำให้คุณดูปราดเปรียวอีกด้วย Cr. Pinterest.com 3.จับคู่สีสูทกับเข็มขัดและรองเท้าการจับคู่สีชุดง่าย ๆ ผู้ชายก็ทำได้ หากวันนี้คุณใส่เชิ้ตขาวทับด้วยสูทสีน้ำตาลและกางเกงสีน้ำตาล ควรเลือกเข็มขัดและรองเท้าสีน้ำตาลเข้มกว่าชุดสูทของคุณสักสองเฉด เพื่อให้ดูเข้าชุดกลมกลืนไม่แปลกตา นอกจากนี้การเลือกเข็มขัดดควรเลือกเส้นที่มีความยาวเหมาะสมไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไป การจับคู่สีจะยิ่งทำให้ดูเป็นคนใส่ใจรายละเอียดและโดดเด่นน่ามองสุด ๆ Cr. Pinterest.com 4.ปลายแขนเสื้อเชิ้นควรโผล่พ้นออกมาจากเสื้อสูทเล็กน้อยควรมองเห็นชายเสื้อเชิ้ตยาวพ้นจากปลายแขนเสื้อสูทออกมาประมาณครึ่งนิ้วจะให้ความรู้สึกว่าสูทที่ใส่อยู่นั้นพอดีตัวมากกว่าคนที่เลือกเสื้อสูทที่มีช่วงแขนยาวลงมาเลยเสื้อเชิ้ตด้านในซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนกับใส่สูทที่ใหญ่เกินไปนั่นเอง Cr. Pinterest.com 5.ปลดกระดุมสูทในเวลาที่เหมาะสมเมื่อนั่งลงในห้องประชุม เมื่อนั่งที่โต๊ะอาหารหรือเดินเล่นที่สวนสาธารณะในเวลาพัก การปลดกระดุมสูทออกจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายทั้งกับคุณเองและคนที่กำลังมองคุณอยู่ด้วย จากนั้นค่อยกลัดกระดุมสูทไว้ดังเดิมในเวลาทำงาน Cr. Pinterest.com นอกจากการเลือกสูทที่สวมใส่พอดีตัวแล้วท่วงท่าการเคลื่อนไหวก็สำคัญเช่นกัน คุณต้องทำประหนึ่งว่าสูทนี้ติดตัวคุณมาตั้งแต่เกิด เคลื่อนไหวอย่างมีความมั่นใจ เป็นส่วนหนึ่งของสูทที่คุณเลือก นอกจากนี้ควรดูแลรักษารูปร่างตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอจะช่วยให้ไม่ว่าคุณใส่อะไรก็ดูเท่ทุกชุดเลยล่ะ

Blog Garden

สวนสวยด้วยศิลป์

สวนในบ้านและสถานที่ต่าง ๆ นับเป็นความรื่นรมย์และมุมพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้คนที่ได้มาใช้สวน บริเวณว่าง ๆ จะถูกรังสรรค์ขึ้นมาให้เกิดประโยชน์และทำให้สถานที่ต่าง ๆเหล่านั้น สวยน่าใช้มากขึ้น การจัดสวนให้สวยนั้น นอกจากการเลือกหาต้นไม้ที่เหมะกับภูมิทัศน์แล้ว ศิลปะยังเป็นอีกองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ เมื่อนำศิลปะมาใช้ในการออกแบบและจัดสวนจะได้สวนที่สวยและลงตัวมากยิ่งกว่า หลักในการนำศิลปะมาใช้เชื่อมโยงกับการจัดสวนนั้นมีดังนี้ การใช้ประโยชน์จากรูปทรง หลักการจัดสวนด้วยศิลปะที่งดงามเริ่มจากการนำรูปทรงต่าง ๆ มาเป็นองค์ประกอบหลัก ๆ ในการออกแบบ เช่นรูปทรงฟรีฟอร์ม ทรงเลขาคณิตต่าง ๆ ทั้ง ทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ความกว้าง ความสูงต่ำที่แตกต่างกัน องค์ประกอบหลักของสวนที่ขาดไม่ได้ก็คือต้นไม้ เพราะต้นไม้แต่ละพันธุ์แต่ละชนิดมีรูปทรงแตกต่างกันไป ทั้งทรงพุ่มเหลี่ยม พุ่มกลม เล็กใหญ่ ทรงสูง ทรงเตี้ยที่ลดหลั่นต่างกัน หรือจะเป็นการจัดแต่งพุ่มไม้ในทรงสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หลายเลี่ยม ทั้งการปลูกที่ได้ฟอร์มที่ต่างกันก็ด้วย นอกจากนั้นรูปทรงในสวนยังหมายถึงรูปทรงขององค์ประกอบอื่นที่อยู่ในบริเวณสวน ทั้งโคมไฟ เก้าอี้ หรือของประดับอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ต้องการการจัดวางให้ลงตัวและนำรูปทรงมาใช้เป็นเครื่องมือที่จะออกแบบให้ได้สวนในแบบศิลปะที่สวยได้ Cr. pixabay.com การใช้ประโยชน์จากสีสัน สีสันที่ต่างกันจะนำพาให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน สีโทนร้อนให้ความรู้สึกสดใส ในขณะที่สีโทนเย็นจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย การเลือกพันธุ์ไม้ที่มีสีต่างกันเพื่อทำให้สวนเกิดบรรยากาศและอารมณ์ที่ต่างกัน นับเป็นศิลปะที่ผสมผสานด้วยเทคนิคที่ผู้ออกแบบสร้างสรรค์ขึ้นได้ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์หรือผู้ที่มาใช้สวนก็ได้ เช่น สวนที่ตกแต่งเพื่อการพักผ่อนของครอบครัว อาจจะเน้นให้มีบรรยากาศสดใสสำหรับเด็ก ๆ ด้วยสีสันหลากหลาย สวนสาธารณะที่เน้นความผ่อนคลาย อาจจะเน้นต้นไม้ใบสีเขียวสดเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้น การใช้ประโยชน์จากพื้นผิว พื้นผิวของสิ่งต่าง ๆ ในสวนจะช่วยทำให้สวนดูน่าสนใจและมีความเป็นศิลปะมากขึ้น เช่นการเลือกต้นไม้ที่มีพื้นผิวต่างกัน ไม้ใบเรียบลื่น ไม้ใบขรุขระ ต้นไม้ลำต้นหนาม ต้นไม้ลำต้นที่เปลือกละเอียด เปลือกหยาบ พื้นกรวดทางเดิน หินก้อนเล็กก้อนใหญ่ เป็นต้น Cr. pixabay.com ใส่องค์ประกอบอื่นเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ องค์ประกอบอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากต้นไม้ก็สำคัญสำหรับสวน เช่น ประติมากรรมหินทราย ทั้งเล็กใหญ่ เซรามิคปั้นรูปต่าง ๆ น้ำพุ น้ำตก สระ สะพาน โคมไฟ เป็นต้น หากนำองค์ประกอบและหลักการเหล่านี้มาใช้ในการออกแบบสวนก็จะสร้างสรรค์ให้เกิดสวนที่สวยงามมีความเป็นศิลปะได้